Thailand! 2026 ออกหมายจับหนุ่มจีน อุ้มฆ่าสาวเพื่อนร่วมชาติ พบศพเปลือยทิ้งคลองริมสวนมะพร้าว, ตร.ไซเบอร์ทลายโรงงานผลิตน้ำกระท่อมในพื้นที่ชลบุรี!, 2 โจรอุกอาจฉก Wave 125 ใต้หอพักปทุมฯ นาทีเดียวหนีลอยนวล เจ้าของร่ำไห้เดือดร้อน, รับตัว “ไอ้อาร์ท” ผู้ต้องหา คดีอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม ลาวส่งตัวกลับไทยดำเนินคดี, ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น นักโทษชายใช้ใบเลื่อยปลดกุญแจมือ หนีออกจาก รพ., วาเลนไทน์เลือด พ่อเฒ่าวัย 78 ปี ฟันยับเมียวัย 77 ปี ก่อนขี่ จยย.ออกจากบ้านชนรถบรรทุกดิน, ชายวัย 60 ปี ใช้กรรไกรแทงหญิงวัยเดียวกันเสียชีวิต คาดปมพิษรักแรงหึง, 191 ปิดเกมเครือข่ายยานรก สกัดยาบ้า 4 แสนเม็ด ก่อนกระจายชุมชน, ทลายซุ้มโจรฝั่งธนหลังวัดรวก รวบตัวเอ้ 6 หัวจ่ายปลอมธนบัตรเถื่อน, รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์สายหนึ่ง รับบทโทรขู่เหยื่อ เผยฐานแก๊งคอลมีคนถูกคุมตัวเพียบ, ออกหมายจับแม่บ้านโหด ฆ่ายายวัย 70 เผยคลั่งไสยศาสตร์ ฟันหน้าสะกดวิญญาณ, สตม.บุกจับหนุ่มจีน หนีคดีจากบ้านเกิด เปิดมือถือดูเจอแจ็กพอต ได้ทลายบ่อนโป๊กเกอร์ต่างชาติอีก

2026.3.13 191 ปิดเกมเครือข่ายยานรก สกัดยาบ้า 4 แสนเม็ด ก่อนกระจายชุมชน
191 ปิดเกมเครือข่ายยานรก สกัดกระบะซุกยาบ้า 4 แสนเม็ด พยายามขับหลบหนี คาดหลุดไปได้จะกระจายสู่ลูกค้าในชุมชน
เมื่อวันที่ 13 มี.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ., พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล, พ.ต.อ.กรกฎ โปชยะวณิช, พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ, พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ สั่งการให้ พ.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์, พ.ต.ท.ไพบูลย์ สอโส รอง ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.ธวัชชัย แจ่มวิธีเลิศ รอง ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.คณาธิป ก้ำแก้ว รองผกก.ธร.กก.สายตรวจ สนธิกำลังหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก จับกุมนายไวยวัจน์ อาจหาญ อายุ 40 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 4 แสนเม็ด รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีน้ำตาล 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง อาวุธปืนลูกโม่ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 11 นัด รถกระบะ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีเทา 1 คัน รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีเทา 1 คัน มูลค่า 14,300,000 บาท โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนหมายเลข 4012 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีน้ำตาล ไปรับยาเสพติดในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และจะเดินทางไปส่งให้กับลูกค้าบริเวณพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสะกดรอยติดตามพบว่า เวลาประมาณ 21.30 น. รถยนต์คันดังกล่าวได้มีการขับรถผิดปกติวิสัยลักษณะมีพิรุธ โดยได้ขับเข้าไปจอดบริเวณถนนริมคลองชลประทาน อ.ปากแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อมาได้ขับออกจากบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จากพฤติกรรมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ เชื่อว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้เดินทางไปรับยาเสพติด และเชื่อว่ารถเตรียมจะส่งยาเสพติดให้กับลูกค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก อีกส่วนหนึ่ง จึงวางกำลังเข้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
ต่อมาพบรถยนต์คันดังกล่าว ขับขี่มาตามถนนจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่ผู้ต้องหาได้พยายามขับรถหลบหนี และได้ถอยรถตกลงบริเวณข้างทาง จากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้พร้อมของกลางดังกล่าว จึงแจ้งข้อหาร่วมกันกับพวกที่หลบหนีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
2026.3.13 รับตัว “ไอ้อาร์ท” ผู้ต้องหา คดีอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม ลาวส่งตัวกลับไทยดำเนินคดี
เจ้าหน้าที่ตำรวจรับมอบตัว “ไอ้อาร์ท” ว่าที่ร้อยตรี ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม หลัง ตร.ลาว ส่งตัวให้กลับมาดำเนินคดีในไทย
วันที่ 13 มี.ค.69 เวลา 13.30 น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ บุญเสริม ผกก.สส.ภ.จว.หนองคาย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จว.หนองคาย พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ร่วมกันเดินทางจากด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย ไปยังด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพลาว – ไทย แห่งที่ 1 เวียงจันทน์ สปป.ลาว ทำการรับมอบตัว ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ เงินศรีชัย หรือ อาร์ท อายุ 48 ปี จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
ซึ่งว่าที่ร้อยตรีภูเมธ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 1416/2569 ลงวันที่ 10 มี.ค.2569 ข้อหา “เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดและร่วมกันกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ไม่มีเหตุอันสมควรทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลายทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพส่วนของศพ, ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ ส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย, อั่งยี่ ซ่องโจร, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้นไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม”
กรณีอุ้มฆ่านายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ “ท๊อป” ผู้จัดการบริษัทนำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ ทำหน้าที่เป็นทีมอุ้มตัวผู้เสียชีวิต รวม 8 คน ในข้อหาร่วมกันข่มขืนใจและกักขังหน่วงเหนี่ยว โดยจับกุมได้ก่อนหน้านี้แล้ว 7 คน ส่วนว่าที่ร้อยตรีภูเมธ มีข้อมูลว่าอาจหลบหนีข้ามชายแดนไปประเทศลาว กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว จับกุมตัวได้ และประสานส่งกลับไทย
ทั้งนี้ ชุดสืบสวนพร้อมด้วยทีมคุ้มกันความปลอดภัย ได้ควบคุมตัว ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ ไปสอบสวนต่อที่ สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

2026.3.13 ออกหมายจับหนุ่มจีน อุ้มฆ่าสาวเพื่อนร่วมชาติ พบศพเปลือยทิ้งคลองริมสวนมะพร้าว
ออกหมายจับหนุ่มจีน อุ้มฆ่าสาวเพื่อนร่วมชาติ พบศพเปลือยทิ้งคลองริมสวนมะพร้าว หลังเจ้าหน้าที่ชุกคลี่คลายคดีลงพื้นที่หาหลักฐาน
วันที่ 13 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา นายจักร (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท. สัญญา ใจจันทร์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี โดยระบุว่า น.ส.จี้ เจิ้งเจียว อายุ 34 ปี สัญชาติจีน ได้ส่งข้อความมาขอความช่วยเหลือ เป็นข้อความสั้นๆ “ช่วยด้วย” เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 06.37 น. ของวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา
ซึ่งหลังจากได้รับข้อความพยายามติดต่อกลับหา น.ส.จี้ เจิ้งเจียว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงตัดสินใจประสานไปหาแฟนหนุ่มชาวจีน ชื่อว่า นายจาง เซียวเทียน อายุ 31 ปี บินจากประเทศจีน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน
และขอให้ตำรวจ ช่วยตามหาตัว น.ส.จี้ เจิ้งเจียว เพราะเกรงว่าอาจได้รับอันตราย โดยครั้งสุดท้ายทราบว่า น.ส.จี้ เจิ้งเจียว ไปที่บ้านพลูวิลล่าแห่งหนึ่ง ย่านซอยชัยพฤกษ์ ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ล่าสุด พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีประกอบไปด้วย ชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี ชึดสืบสวน สภ.หนองปรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว รวมทั้ง ตม.จ.ชลบุรี ลงพื้นที่และได้รวบรวมหลักฐานไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด และจากการสอบพยาน
เจ้าหน้าที่สามารถขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ นายจ้าว เทียนฉิง อายุ 29 ปี สัญชาติจีน ได้แล้วในข้อกล่าวหา “หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำตัวประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งความตาย”

2026.3.13 ตร.ไซเบอร์ทลายโรงงานผลิตน้ำกระท่อมในพื้นที่ชลบุรี!
ตำรวจไซเบอร์บุกตรวจค้นโกดังไม่มีเลขที่ หมู่5 ต.สำนักบก อ.เมือง จ.ชลบุรี ทลายโรงงานผลิตน้ำกระท่อมในพื้นที่ชลบุรี!
เมื่อวันที่ 13 มี.ค. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย . พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 สั่งการให้ พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2 พ.ต.ท.เอกภณ คณุญาพงศ์ รอง ผกก.2 บก.สอท.2 สนธิกำลังเจ้าพนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ตำรวจไซเบอร์ – ตำรวจชลบุรี นำหมายค้นศาลแขวงชลบุรี ที่ ค.20/2569 ลงวันที่ 12 มี.ค. 2569 เปิดปฏิบัติการบุกทลายโรงงานผลิตน้ำกระท่อมรายใหญ่ในพื้นที่ จ.ชลบุรี
ตร.ไซเบอร์ทลายโรงงานผลิตน้ำกระท่อมในพื้นที่ชลบุรี!
โดยนำกำลังตรวจค้นโกดังไม่มีเลขที่ หมู่5 ต.สำนักบก อ.เมือง จ.ชลบุรี เข้าจับกุมนายรัฐพล เหี่ยวขุนทด อายุ 31 ปี ชาว จ.ชลบุรี นายอติโรจน์ สถาวร อายุ 33 ปี ชาว จ.ชลบุรี นายพีรวัฒน์ ธุระพล อายุ 28 ปี ชาว จ.ฉะเชิงเทรา และคนงานชาวเมียนมาอีก 20 คน พร้อมตรวจยึดของกลาง ใบกระท่อมสด 415 กิโลกรัม ,ยาแก้ไอชนิดน้ำ 724 ขวด ,ยาแก้แพ้ชนิดน้ำ 456 ขวด ,ยาทรามาดอล ไฮโดรคลอไรด์ 250 เม็ด สารกันบูด 24 กิโลกรัม สารแต่งกลิ่น 23 กิโลกรัม ,น้ำกระท่อมบรรจุขวดขนาด 1 ลิตร จำนวน 5,660 ขวด ,ขวดเปล่า 23,856 ใบ หม้อใช้สำหรับต้มน้ำกระท่อม 31 ใบ ,ชุดเตาแก๊ส 33 เตา ,สติกเกอร์ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ “S1 SUPER ONE” จำนวนมาก
สืบเนื่องจากตำรวจชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.2 ได้รับการร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ จากชาวบ้านแจ้งข้อมูล มีผู้ลักลอบตั้งโรงงานผลิตน้ำกระท่อมผสมยาแก้ไอ ในพื้นที่อ.เมืองชลบุรี โดยรถขนส่งตระเวนส่งตามร้านค้าทั่วพื้นที่ ซึ่งป็นการมอมเมาเด็กเและยาวชน อีกทั้งหากกินในปริมาณมากอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ตร.ไซเบอร์ทลายโรงงานผลิตน้ำกระท่อมในพื้นที่ชลบุรี!
จึงลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูลจนพบเป้าหมายตั้งอยู่ในย่านชุมชน ปลูกสร้างอาคารเป็นลักษณะโกดังสินค้า มีรั้วกั้นสูงรอบอาคารปกปิดมิดชิด โดยหน้าประตูทางเข้า พบมีการขึ้นป้ายขนาดใหญ่แจ้งประกอบธุรกิจประเภทรีไซเคิล ในลักษณะอำพรางสายตาเจ้าหน้าที่ จึงขออนุมัติหมายค้นศาล ก่อนประประสานกำลังตำรวจ-ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมเข้าทำการตรวจค้น โดยพบคนงานชายหญิงกำลังเร่งผลิตน้ำกระท่อมอยู่ภายในโกดัง ก่อนเข้าจับกุมผู้กระทำผิดและยึดของกลางไว้ได้ทั้งหมด
จากการสอบสวนนายอติโรจน์ ให้การว่า ตนและเพื่อนคนไทยอีกสองคนทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลการผลิตน้ำกระท่อมและนำสินค้าที่ผลิตแล้วคอยกระจายส่งขายตามแหล่งร้านค้าต่างๆในพื้นที่ของ จ.ชลบุรี เฉลี่ยวันละ 4,000 ขวด ในราคาขวดละ 35 บาท โดยตนและเพื่อนคนไทยจะได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 18,000 บาท
ส่วนชาวเมียนมาทั้งหมดทำหน้าที่เกี่ยวกับขบวนการผลิตภายในโรงงานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งโรงงานแห่งนี้ลักลอบเปิดมานานกว่า 1 เดือน โดยมีเจ้าของกิจการชื่อ “เจ้” ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริงเป็นผู้ว่าจ้าง
โดยตำรวจดำเนินคดีท้้งในความผิดฐาน “ร่วมกันชายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต ตาม พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ,ร่วมกันผ่าฝืนประกาศสาธารณสุข เรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ประกอบ
กระทรวงสาธารณสุข ,ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ตามพระระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522″
ส่วนคนงานชาวเมียนมาทั้งหมดตรวจสอบแล้วพบว่าได้ลักลอบเข้ามาทำงาน จึงแจ้งข้อหาเพิ่มในความผิดฐาน “เป็นบุคคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงางานอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ และเป็นคนคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยได้รับอนุญาต หรือการ อนุญาตสิ้นสุด หรือถูกเพิกถอน”
2026.3.13 ทลายซุ้มโจรฝั่งธนหลังวัดรวก รวบตัวเอ้ 6 หัวจ่ายปลอมธนบัตรเถื่อน
ทลายหัวจ่าย! บช.น. ป.ป.ส. สนธิกำลังบุกค้น 3 จุด ซุ้มโจรฝั่งธนหลังวัดรวก รวบผู้ต้องหา 6 ราย ไม่เพียงค้ายา แต่แอบผลิตเงินปลอม พร้อมโชว์ติดอาวุธสงครามครบมือ “รองจ๋อ” เตือนชาวฝั่งธน รีบตรวจสอบแบงก์พันในกระเป๋าด่วน
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 13 มี.ค. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบด้านยาเสพติด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น., สน.บางยี่ขัน, กก.สส.บก.น.8 และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เปิดแผนปฏิบัติการ ทลายซุ้มยาเสพติดหลังวัดรวก นำหมายค้นศาลเข้าตรวจค้น 3 จุด จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 6 ราย ในข้อหา “สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” พร้อมตรวจยึดของกลาง 1.อาวุธปืนเถื่อน 2 กระบอก 2.ธนบัตรปลอม ฉบับละ 1,000 บาท (รอการตัดขอบ) จำนวน 37 ฉบับ 3.เคตามีน จำนวน 6 ถุง น้ำหนักรวม 28 กรัม 4.ยาไอซ์ น้ำหนักรวม 134.74 กรัม 5.ยาบ้า 363 เม็ด 6.รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมา จำนวน 1 คัน (อยู่ระหว่างตรวจสอบคืนเจ้าของ) 7.เงินสด จำนวน 34,610 บาท
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น. สน.บางยี่ขัน สนธิกำลังร่วมกับ ป.ป.ส.กทม. แกะรอยเครือข่ายค้ายารายใหญ่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี แต่กลับพบเซอร์ไพร้ส์ ว่า แก๊งนี้ไม่ได้แค่ขายยานรก แต่ยังลักลอบผลิตเงินปลอมส่งต่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จนสร้างความเดือดร้อนทั่วพื้นที่ฝั่งธนบุรี โดยข้อมูลสถิติ ในห้วงเดือน ก.พ. 69 ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกหลอกใช้ธนบัตรปลอมมาซื้อของ ในพื้นที่ บก.น.7 จำนวนไม่ต่ำกว่า 5 คดี (สำรวจพบเยอะสุดพื้นที่ สน.บางยี่ขัน 3 คดี) และจากการสืบสวนในเบื้องต้นในแต่ละคดี พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุล้วนเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.น. และ ป.ป.ส.ถือเป็นปฏิบัติการตามนโยบายเชิงรุกของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นต้นตอของธนบัตรปลอมฉบับ 1,000 บาท ที่แพร่ระบาดย่านฝั่งธนในห้วงเดือน ม.ค.–ก.พ. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเดือดร้อนไปทั่วพื้นที่ พ่อค้าแม่ขายในพื้นที่ต้องขายของหลังขดหลังแข็ง แต่ต้องมาขาดทุนโดยไม่รู้ตัวเพราะเผลอทอนเงินให้จากธนบัตรปลอมเหล่านี้ ในส่วนของการสืบสวนคนร้ายกลุ่มนี้เกิดจากความทุ่มเทแรงกายแรงใจกว่าหลายวันของเจ้าหน้าที่ บช.น. และ ป.ป.ส.กทม. จนทำให้สามารถพิสูจน์ทราบคนร้ายได้ทั้งหมด และยังสืบได้ไปถึงรังยาเสพติด อาวุธและผลิตธนบัตรเถื่อน ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในชุมชนที่เส้นทางซับซ้อนเหมือนเขาวงกต ขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนฝั่งธนบุรี ขอให้ท่านรีบตรวจสอบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ในกระเป๋าของท่าน หากพบว่าเป็นธนบัตรปลอม ขอให้รีบนำไปแจ้งความดำเนินคดี ห้ามนำออกใช้เป็นอันขาด
x1200
2026.3.12 คุมตัว “ชนนพัฒฐ์” ส่งศาลอาญา ขอฝากขัง เจ้าตัวปัดตอบสื่อ บอกสั้นๆ “ขอโทษที”
เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ คุมตัว “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ส่งศาลอาญารัชดาฝากขัง เจ้าตัวบอก ตั้งใจมารายงานตัว “ขอโทษทีต้องขึ้นรถแล้ว”
จากกรณีที่ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม พร้อมทนายความ เดินทางมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อรายงานตัว และรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรืออ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และร่วมกันฟอกเงิน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เวลา 14.10 น. พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 150/2568 นำตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส่งฝากขังศาลอาญา รัชดาฯ ตามประมวลกฏหมายวิอาญา 134 ประกอบมาตรา71 และ66 พนักงานสอบสวน เห็นควรให้คุมตัวนายชนนพัฒฐ์ ฝากขังเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม จึงคุมตัวส่งศาลอาญารัชดา ขอฝากขัง โดยดีเอสไอไม่ให้ประกันในชั้นสอบสวน แม้นายชนนพัฒฐ์ จะมีสถานะเป็น สส. แล้ว แต่เนื่องจากยังไม่เปิดสมัยประชุมสภา จึงยังไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส.
สำหรับข้อหาฟอกเงิน เว็บพนัน ที่นายชนนพัฒฐ์ ตกเป็นผู้ต้องหา มีโทษสูง 10 ปีขึ้นไป เข้าเกณฑ์ฝากขังได้ 7 ผัด 84วัน
โดย นายชนนพัฒฐ์ เผยสั้น ๆ ว่า ตั้งใจมารายงานตัวตามที่ดีเอสไอเรียก “ขอโทษทีต้องขึ้นรถแล้วครับ”
จากนั้น เวลา 14.30 น. ที่ศาลอาญา ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กระทรวงยุติธรรม พร้อมพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ คุมตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรืออ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และร่วมกันฟอกเงิน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาถึงศาลอาญา เพื่อขอฝากขัง
ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
2026.3.10 ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น นักโทษชายใช้ใบเลื่อยปลดกุญแจมือ หนีออกจาก รพ.
ตำรวจตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่นบาท ผู้แจ้งเบาะแสนักโทษชาย หนีออกจาก รพ.นครพิงค์ ที่เชียงใหม่ พบใช้ใบเลื่อยปลดกุญแจมือ เร่งล่า คาดได้ตัวเร็วๆ นี้
วันที่ 10 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุนักโทษหลบหนีจากโรงพยาบาลนครพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ช่วงสายวันนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวมารักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาล ทราบชื่อคือ น.ช.จิรวัฒน์ มูลการิน เป็นผู้ต้องขังในคดีลักทรัพย์ มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
โดยมีรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ นำตัว น.ช.จิรวัฒน์ มารักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ก่อนที่ น.ช.จิรวัฒน์ จะอาศัยจังหวะใช้เลื่อยตัดกุญแจมือหลบหนีออกไป
หลังรับแจ้งตำรวจ สภ.แม่ริม และ ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดเชียงใหม่กระจายกำลังลงพื้นที่ติดตามจับกุม พร้อมกระจายข่าวไปยังทุกพื้นที่ให้ผู้นำชุมชนและประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแส ขณะที่โรงเรียนที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลนครพิงค์สั่งปิดประตูเพื่อความปลอดภัย ล่าสุดช่วงเย็นวันนี้ พ.ต.อ.ยุทธการ เมธา ผกก.สภ.แม่ริม เผยว่า อยู่ระหว่างลงพื้นที่ติดตามจับกุม คาดว่าจะได้ตัวเร็ว ๆ นี้
ส่วนสาเหตุที่นักโทษมีโอกาสหลบหนีและอุปกรณ์ใบเลื่อยที่ใช้ปลดกุญแจมือ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อมูล พร้อมกับประกาศรางวัลนำจับ 50,000 บาท แก่ผู้แจ้งเบาะแสที่นำไปสู่การจับ น.ช.จิรวัฒน์
2026.3.7 2 โจรอุกอาจฉก Wave 125 ใต้หอพักปทุมฯ นาทีเดียวหนีลอยนวล เจ้าของร่ำไห้เดือดร้อน
2 คนร้ายขี่ PCX ตระเวนลักรถจักรยานยนต์ใต้หอพัก ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี ใช้เวลาเพียงนาทีเดียวฉก Honda Wave 125 หลบหนี กล้องวงจรปิดจับภาพชัด ด้านเจ้าของรถพนักงานปั๊มน้ำมันสุดช้ำ แจ้งตำรวจเร่งตามล่าคนร้าย
วันที่ 7 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุการณ์คนร้ายอุกอาจก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ บริเวณใต้หอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี โดยกล้องวงจรปิดจับภาพพฤติการณ์ได้อย่างชัดเจน พบคนร้ายใช้เวลาเพียงนาทีเศษในการลงมือ
จากหลักฐานภาพวงจรปิด พบคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ Honda PCX สีขาว เข้ามายังจุดเกิดเหตุ หนึ่งในนั้นสวมเสื้อฮู้ดและหมวกกันน็อกปกปิดใบหน้า เดินตรงดิ่งไปยังรถเป้าหมายคือ Honda Wave 125 สีเทา ทะเบียนสระบุรี ท่ามกลางบรรยากาศช่วงเช้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน แต่คนร้ายกลับไม่มีท่าทีเกรงกลัว ใช้วิธีล้วงเข้าที่ช่องสวิตช์กุญแจก่อนขึ้นคร่อมขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
นางแสงเดือน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี พนักงานปั๊มน้ำมัน เจ้าของรถ เล่าด้วยความเสียใจว่า ปกติจะจอดรถไว้ที่จุดนี้เป็นประจำและล็อกคอรถไว้เสมอ โดยไม่ได้ใช้โซ่หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ เพราะมั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยของหอพักและกล้องวงจรปิดที่มีอยู่หลายตัว
“ตอนเช้าแฟนจะไปทำงานแล้วเห็นรถหายไป ใจเสียมากค่ะ ไม่คิดว่าจะโดนกับตัวเพราะจอดปนกับรถคันอื่นตั้งเยอะ ตอนนี้เดือดร้อนมากเพราะไม่มีรถใช้ไปทำงาน”
เบื้องต้น ผู้เสียหายได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.นิธิรุจน์ โรจน์รัตติธรรม รองสารวัตรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อเร่งนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

2026.3.1 ชายวัย 60 ปี ใช้กรรไกรแทงหญิงวัยเดียวกันเสียชีวิต คาดปมพิษรักแรงหึง
น่าน – เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่อำเภอภูเพียง จังหวัด จังหวัดน่าน ชายวัย 60 ปี ใช้กรรไกรเป็นอาวุธแทงหญิงวัยเดียวกันเสียชีวิต ภายในบ้านพัก คาดปมพิษรักแรงหึง
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21.30 น. ร.ต.อ.พีรพงษ์ สุทธเขต พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรภูเพียง รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนครน่าน 191 ว่าเกิดเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย ที่บ้านหมู่ 3 ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในห้องนอนติดกับห้องครัวพบรอยเลือดจำนวนมาก และกองเลือดบริเวณปลายเตียง ผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ นางสร (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี เจ้าของบ้าน ถูกแทงหลายแห่งตามร่างกาย เจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.ฝายแก้ว เร่งนำส่งโรงพยาบาลภูเพียง
อย่างไรก็ตาม ระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบร่องรอยบาดแผลถูกแทงบริเวณหน้าอกและตามร่างกายหลายแห่งกว่า 20 แผล โดยพนักงานสอบสวนจะส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลน่านอีกครั้ง
จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายเสริฐ (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี ม.3 ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน อยู่หมู่บ้านเดียวกัน หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพยายามติดตามตัว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้
ญาติของผู้ก่อเหตุให้ข้อมูลว่า ก่อนหลบหนี นายประเสริฐได้ตะโกนบอกให้ญาติไปเก็บศพที่สวนในวันรุ่งขึ้น และพบว่าที่ตะกร้าหน้ารถมีเชือกหรือสายไฟสีขาวอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเกรงว่าอาจมีความพยายามทำร้ายตนเอง จึงเร่งออกติดตามตามสวนและบ้านญาติใกล้เคียง แต่ยังไม่พบตัว ก่อนยุติการค้นหาในเวลาประมาณ 01.00 น.
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนสันนิษฐานว่า สาเหตุอาจมาจากความหึงหวง เนื่องจากผู้ก่อเหตุหลงรักผู้ตาย แต่ฝ่ายหญิงไม่ตอบรับ และเข้าใจว่าผู้ตายมีชายอื่น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะสอบสวนพยานแวดล้อมและญาติเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
หากผู้ใดพบเห็นเบาะแส สามารถแจ้ง 191 หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจใกล้บ้านได้ทันที เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

2026.2.14 วาเลนไทน์เลือด พ่อเฒ่าวัย 78 ปี ฟันยับเมียวัย 77 ปี ก่อนขี่ จยย.ออกจากบ้านชนรถบรรทุกดิน
วาเลนไทน์เลือด พ่อเฒ่าวัย 78 ปี ฟันยับเมียวัย 77 ปี เจ็บสาหัส หลังก่อเหตุขับขี่ จยย.ออกจากบ้านด้วยความเร่งรีบไปชนรถบรรทุกดินอีกตำบลได้รับบาดเจ็บ
เรื่องราวของวาเลนไทน์เลือดรายนี้เกิดขึ้นเมื่อวันวาเลนไทน์วันที่ 14 ก.พ 2569 เวลา11.20 น. นายนพดล แสนสี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1บ้านค่างาม ต.ดอนมูล จ.แพร่ ได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่า มีเหตุทำร้ายร่างกาย ที่บ้านหมู่ 1 บ้านค่างาม ต.ดอนมูลหลังรับแจ้งร่วมกับ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ชรบ.จึงไปตรวจสอบบ้านเกิดเหตุ
เมื่อไปถึงบ้านเกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บนอนจมกองเลือดถูกฟันด้วยมีดพร้า ตามร่างกาย หลายแห่ง ทราบชื่อแม่เฒ่าสมบูรณ์ อายุ 77 ปี ส่วนคนที่ทำร้ายแม่เฒ่าสมบูรณ์ คือพ่อเฒ่าวัฒนหาญ อายุ 78 ปีเเละเป็น สามีของผู้บาดเจ็บได้ขับขี่รถจยย.
ออกจากบ้านไปแล้ว และกู้ภัยสูงเม่นนำตัวนางสมบูรณ์ส่งโรงพยาบาล สูงเม่นเนื่องจากอาการสาหัส
ต่อมา ร.ต .อ.ออมสิน สันต์บุรุษ รองสว.สอบสวนสภ.สูงเม่น พนักงานสอบสวนประจำวันได้เดินทางไปสอบสวนและตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ขณะที่กำลังตรวจสอบที่ เกิดเหตุได้รับแจ้งว่านายวัฒนหาญ ที่ผู้ก่อเหตุได้ขี่รถ จักรยานยนต์ ออกไปจากบ้านไปประสบอุบัติเหตุ ชนกับรถบรรทุก ที่บ้านหาดลี่ หมู่4 ต.สบสาย กู้ภัยสูงเม่นกำลังไปรับตัวนำตัวส่งรพ.สูงเม่น
นายนพดล แสนสี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่1 บ้านค่างาม กล่าวถึงสาเหตุเบื้องต้นน่าจะเกิดจากนายวัฒนหาญ ผู้ก่อเหตุเป็นโรคอัลไซเมอร์และทะเลาะกันในครอบครัวจากนั้นตำรวจได้เดินทางไปสอบสวนผู้บาดเจ็บที่รพ.สูงเม่นเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

2026.1.23 รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์สายหนึ่ง รับบทโทรขู่เหยื่อ เผยฐานแก๊งคอลมีคนถูกคุมตัวเพียบ
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์สายหนึ่ง รับบทโทรขู่เหยื่อ โดยมีคนจีนเป็นค่อยคุมการทำงาน เผยสถานที่ตั้งแก๊งคอลมีแรงงานถูกคุมตัวเพียบ ทั้งสมัครใจและไม่สมัครใจ
วันที่ 23 ม.ค. 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 นำกำลังพร้อมหมายจับศาลอาญา ที่ 618/2566 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2566 เข้าจับกุม นายกฤษณะ อายุ 24 ปี ชาว จ.ปทุมธานี
ในความผิดฐาน “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นโดยทุจริตหรือหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอรืที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
สืบเนื่องจาก ตำรวจชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.2 ตรวจสอบพบว่านายกฤษณะ เป็รผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งข้ามไปทำงานฝั่งกัมพูชากับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยทำหน้าที่รับบทเป็นตำรวจโทรขู่เหยื่อว่าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดเพื่อให้ตกใจยอมโอนเงิน ได้เดินทางข้ามกลับมาฝั่งไทย โดยกบดานอยู่ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ก่อนนำกำลังเข้าจับกุมตัวไว้ได้
จากการสอบสวน นายกฤษณะ ให้การยอมรับว่า เมื่อประมาณต้นปี พ.ศ. 2566 ตนเองได้โพสต์หางานทำผ่านเฟซบุ๊ก จากนั้นได้มีหญิงไม่ทราบชื่อติดต่อมาชักชวนให้ไปทำงานเป็นแอดมินที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา
จึงตกลงและได้เดินทางออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจคนเข้าเมือง เมื่อข้ามไปแล้วได้ถูกนำตัวไปยังหลายพื้นที่ในประเทศกัมพูชา อาทิ เมืองปอยเปต เมืองสีหนุวิลล์ เมืองโอเสม็ด เป็นต้น ก่อนจะทราบภายหลังว่า งานดังกล่าวที่ถูกชักชวนนั้น แท้จริงเป็นการทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์
โดยในสถานที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาที่ตนทำงานนั้น พบว่ามีแรงงานที่ถูกควบคุมตัวไว้ทั้งผู้สมัครใจและไม่สมัครใจ รวมประมาณกว่า 40–50 คน ขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นสายต่างๆ เพื่อโทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อ
โดยตนเองได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นคอลเซ็นเตอร์สายหนึ่ง คอยโทรศัพท์ไปสร้างความน่าเชื่อถือกับเหยื่อ เพื่อข่มขู่ให้เหยื่อเกิดความหวาดกลัวและหลงเชื่อ ก่อนจะโอนสายต่อให้คนทำหน้าที่สายถัดไป
โดยมีคนจีนเป็นผู้ควบคุมการทำงาน และยังมีผู้ดูแลระบบหลังบ้านด้วย ส่วนตนเองนั้นได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชันในอัตรา 6 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่หลอกลวงได้จากเหยื่อ รวมตลอดระยะเวลา 3 เดือนแล้ว ประมาณ 90,000 – 100,000 บาท กระทั่งมีสภาพจิตใจย่ำแย่จากความเครียดจนเกิดอาการเจ็บป่วย จึงได้เดินทางกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ กระทั่งมาถูกจับกุม

2026.1.22 ออกหมายจับแม่บ้านโหด ฆ่ายายวัย 70 เผยคลั่งไสยศาสตร์ ฟันหน้าสะกดวิญญาณ
ออกหมายจับแม่บ้านโหด ฆ่ายายวัย 70 เผยคลั่งไสยศาสตร์ ฟันหน้าสะกดวิญญาณ พบหลบซ่อนตัวอยู่แนวชายแดนไทย-ลาว แต่ยังไม่ออกนอกประเทศ
เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ก้อนแพง สว.(สอบสวน) สน.บึงกุ่ม เดินทางไปยังศาบอาญา รัชดา เพื่อขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ น.ส.บัว หรือ จูน สีหาวง คนร้ายใช้มีดกระหน่ำฟันนายจ้างวัย 70 ปีจนถึงแก่ความตาย
โดยศาลได้อนุมัติหมายจับศาลอาญาที่ 382/69 ลงวันที่22 ม.ค.69 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ด้านการสืบสวนติดตามตัวคนร้าย พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.บก.น.4 พร้อมชุดสืบสวน บก.สส.บชน. และสน.บึงกุ่ม กำลังติดตามตัวอย่างใกล้ชิด ขณะนี้หลบซ่อนตัวอยู่แนวชายแดนไทย-ลาว แต่ยังไม่ออกนอกประเทศ
จากการสอบถามพยานแวดล้อมทำให้ทราบว่า น.ส.บัว มีอาการทางจิตที่หมกมุ่นไปในทางไสยศาสตร์ ลงมือกระหน่ำฟันที่ใบหน้าจนจำหน้าไม่ได้ เหมือนกับว่าเป็นการสะกดวิญญาณ และได้เตรียมการมาเป็นอย่างดี
ส่วนทรัพย์สินในบ้านยังอยู่ครบ จึงสรุปได้ว่าที่ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากความแค้นส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

2026.1.10 สตม.บุกจับหนุ่มจีน หนีคดีจากบ้านเกิด เปิดมือถือดูเจอแจ็กพอต ได้ทลายบ่อนโป๊กเกอร์ต่างชาติอีก
สตม.บุกจับหนุ่มจีน หนีคดีจากบ้านเกิด เปิดมือถือดูเจอแจ็กพอต บ่อนโป๊กเกอร์ต่างชาติ เปิดกลางเมืองชลบุรี บุกทลายรวบได้ 9 คน
วันที่ 10 ม.ค.69 พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 ให้ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ, พ.ต.ต.อานุภาพ ตู้จินดา สว.กก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังไปสังเกตการณ์บริเวณพิกัดที่ได้รับทราบเบาะแส การจับกุมหนุ่มจีนเทาชื่อ นายต้าหัว ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีน ในคดีลักลอบจำหน่ายแก๊สหัวเราะ และพบแก๊สหัวเราะจำนวนมากในบ้านพัก
ซึ่งจากการจับกุม นายต้าหัว เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลโดยตรวจสอบโทรศัพท์ พบรูปถ่าย และพิกัดที่ตั้งของบ่อนการพนันแห่งหนึ่งกลางเมืองในพื้นที่ จ.ชลบุรี นายต้าหัว ให้การว่า บ่อนดังกล่าวเป็นบ่อนโป๊กเกอร์แบบใช้ชิปแลกเงินสด เป็นบ่อนลอย ย้ายที่ไปเรื่อยๆ ทุกสัปดาห์ โดยนัดหมายกันทางโซเชียลมีเดีย
จากสังเกตการณ์บริเวณพิกัดมีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่สามชั้น มีรั้วรอบขอบชิด มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และรั้วลูกกรงแน่นหนา เจ้าหน้าที่จึงได้นำโดรนปฏิบัติการขึ้นบินสังเกตการณ์จนพบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีคนอยู่มากกว่า 10 ราย มีชาวต่างชาติคล้ายชาวยุโรป และชาวจีน ปะปนกัน น่าเชื่อว่าจะมีการลักลอบเล่นพนัน
ประกอบกับหากเป็นการเนิ่นช้ากว่าจะนำหมายค้นมาได้ พยานหลักฐานจะถูกโยกย้ายหรือทำลายไปเสียก่อน จึงได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าล็อกตัวคนดูต้นทางและเปิดประตูบุกเข้าตรวจค้นภายในบ่อนดังกล่าว พบผู้ต้องหาชาวต่างชาติ หลายสัญชาติรวมนับสิบราย กำลังเล่นพนันโป๊กเกอร์เอาทรัพย์สินเป็นชิปแลกเงินสดกัน ทำให้ชาวต่างชาติกลุ่มดังกล่าวพยายามเก็บเงินสดและชิปแลกเงินวิ่งกระจัดกระจายไปคนละทิศทาง
เจ้าหน้าที่ต้องไล่ติดตามจับกุมอย่างทุลักทุเล ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดได้ในเวลาต่อมา เบื้องต้นพบว่า มีชาวต่างชาติ 9 คน แบ่งเป็นชาวฟินแลนด์ 2 คน ชาวเดนมาร์ก 2 คน ชาวอังกฤษ 3 คน ชาวเยอรมัน และชาวจีน อีกสัญชาติละ 1 คน นอกจากนี้ในสถานที่เกิดเหตุยังพบ คนไทย 1 คน รับสารภาพว่าเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันดังกล่าว ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าชาวอังกฤษ 1 ใน 3 รายที่ถูกจับกุม มีสถานะเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือ overstay ก่อนส่งตัวทั้งหมดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปcrime/news_10092921

评论

发表回复

您的邮箱地址不会被公开。 必填项已用 * 标注

More posts